Saturday, January 5, 2013

ค่าใช้จ่ายการสูบบุหรี่


การ ศึกษาเปรียบเทียบ ค่าใช้จ่ายในปัจจุบันและอนาคต ทางด้านสุขภาพของโรค ที่เกิดจากการสูบบุหรี่ กับรายรับของรัฐจากภาษีบุหรี่ ในประเทศไทย


รองศาสตราจารย์ พิเศษ ดร.สถิรกร พงศ์พานิช
วิทยาลัยการสาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้
เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้วางนโยบายระยะยาว ได้เห็นถึงส่วนต่าง ระหว่างรายรับของรัฐ จากการจัดเก็บภาษีบุหรี่ และรายจ่ายของรัฐ และของประชาชน ที่เกิดจากโรคต่างๆ จากการสูบบุหรี่ และนำผลการศึกษานี้ไปวางแผน และสร้างนโยบายทางการเงิน การคลังให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และขณะเดียวกัน ส่งเสริมรณรงค์ลดการบริโภคบุหรี่
ระเบียบวิธีวิจัย
ประเมินค่าใช้จ่ายของโรคหัวใจ โรคถุงลมโป่งพอง และโรคมะเร็งปอด ระหว่างปี 2546-2550 และรายรับของรัฐ ที่ได้จากการจัดเก็บภาษีบุหรี่ ระหว่างปี 2546-2550 เช่นกัน โดยจัดเก็บข้อมูลปฐมภูมิ และทุติยภูมิ ด้วยการใช้แบบสอบถาม การสัมภาษณ์ และใช้ข้อมูลที่จัดเก็บ โดยภาครัฐ และภาคเอกชน สำหรับข้อมูลปฐมภูมิ จัดเก็บจากโรงพยาบาลของรัฐ และเอกชน จำนวน 10 แห่งใน 5 พื้นที่ ทั่วประเทศไทย ซึ่งมีประชากรตัวอย่างทั้งหมด 900 คน
ผลการศึกษา
โรคถุงลมโป่งพอง
ค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยโรคถุงลมโป่งพองในปี 2546/คน/ปี เท่ากับ 14,923.28 บาท
ค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยทั้งหมดในปี 2546 ที่ป่วยเป็นโรคถุงลมโป่งพองจากการสูบบุหรี่ เท่ากับ 8,746,235,942 บาท
ค่าใช้จ่ายของรัฐในปี 2546 ของโรคถุงลมโป่งพอง จากการสูบบุหรี่ เท่ากับ 10,057 บาท
เพราะฉะนั้น ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของโรคถุงลมโป่งพองในปี 2546 ที่เกิดจากการสูบบุหรี่ เท่ากับ 18,803 บาท
โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน
ค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันจากการสูบบุหรี่ในปี 2546 เท่ากับ 35,996.63 บาท/คน/ปี
ค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยทั้งหมดในปี 2546 ที่ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน จากการสูบบุหรี่ เท่ากับ 2,725,124,874 บาท
ค่าใช้จ่ายของรัฐในปี 2546 ของโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน จากการสูบบุหรี่ เท่ากับ 10,057 บาท
ค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยทั้งหมด และค่าใช้จ่ายของรัฐแก่ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันในปี 2546 เท่ากับ 19,790 บาท
โรคมะเร็งปอด
ค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งปอดจากการสูบบุหรี่ในปี 2546 เท่ากับ 103,602.61 บาท/คน/ปี
ค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยทั้งหมดในปี 2546 ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งปอด จากการสูบบุหรี่ เท่ากับ 3,707,419,399 บาท
ค่าใช้จ่ายของรัฐในปี 2546 ของโรคมะเร็งปอด จากการสูบบุหรี่ เท่ากับ 4,500 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยทั้งหมดและค่าใช้จ่ายของรัฐในผู้ป่วยมะเร็งปอดของปี 2546 เท่ากับ 8,207 ล้านบาท
การศึกษานี้ได้ประเมินและคาดการค่าใช้จ่ายของทั้ง 3 โรค จากปี 2542-2550 และรายรับจากการเก็บภาษีบุหรี่ของภาครัฐ จากปี 2542-2550 พบว่า ค่าใช้จ่ายของ 3 โรค นั้น เริ่มเพิ่มสูงกว่ารายรับของภาครัฐ จากภาษีบุหรี่ในปี 2543 และเพิ่มมากขึ้นในปีถัดมา และต่อไปในอนาคต เพราะฉะนั้น ผลสรุปจากการศึกษานี้ แสดงให้เห็นว่า ค่าใช้จ่ายของเพียง 3 โรค มีแนวโน้มสูงกว่ารายรับของรัฐจากภาษีบุหรี่ในอนาคต การศึกษานี้ไม่ได้มุ่งเน้น ให้ภาครัฐสนับสนุนคนให้สูบบุหรี่มากขึ้น เพื่อให้ภาษีมากขึ้น แต่เป็นการแสดงให้เห็นเป็นรูปธรรมว่า วิธีการเดียวที่จะลดภาระค่าใช้จ่ายของโรคต่างๆ ได้นั้น ก็คือการรณรงค์ลดการบริโภคบุหรี่นั่นเอง

0 comments:

Post a Comment