Thursday, January 24, 2013

วิธีเลิกบุหรี่ด้วยตนเอง


วิธีเลิกบุหรี่ด้วยตนเอง
 

 1. สร้างแรงจูงใจ      
       · คิดถึงโทษของบุหรี่ในระยะสั้น และยาว
       · คิดถึงผลดีต่อสุขภาพเมื่อหยุดบุหรี่
       · คิดถึงครอบครัว โดยเฉพาะบุตรธิดา หรือบิดามารดา

 2. กำหนดวันงดบุหรี่
         ควรหาวันสำคัญของศาสนา หรือของครอบครัว  
ควรเป็นระยะ 1-2 สัปดาห์แรกของการเริ่มมีความคิดตั้งใจมั่น


 3. ปฏิบัติการฉับไว
       : งดบุหรี่แบบหักดิบ ได้ผลสำเร็จมากกว่าแบบค่อยๆ ลด

 4. การเตรียมตัว
           · เตรียมสิ่งแวดล้อมในบ้านให้มีบรรยากาศปลอดบุหรี่ ได้แก่ให้เก็บบุหรี่และภาชนะ
หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ ( ไม้ขีดหรือไฟแช็ก, ถาดรองขี้เถ้าบุหรี่)ไม่ให้อยู่ในสายตา
ทำความสะอาดบ้านและห้องทำงานให้ปลอดจากกลิ่นบุหรี่

          · การเตรียมใจและกายให้พร้อมสำหรับอาการถอนที่จะเกิดขึ้น มักมีใน 2 สัปดาห์แรก แล้วจะลดลงและหายไป ได้แก่อาการหงุดหงิด คอแห้ง

           - ให้ออกกำลังกายสม่ำเสมอเป็นเวลานานอย่างน้อยวันละ 30 นาที ได้แก่
การวิ่ง เดินเร็ว ๆ ถีบจักรยาน เป็นต้น การออกกำลังกายสม่ำเสมอจะช่วยลดความเครียดได้ดีที่สุด

             · ควรบอกความตั้งใจให้ครอบครัวและเพื่อนสนิทเพื่อการเป็นกำลังใจและเข้าใจ
สำหรับ เพื่อนสนิทที่สูบบุหรี่ ควรชักจูงให้เลิกพร้อมกัน ขอร้องให้เพื่อนที่ยังเลิกไม่ได้หยุดสูบบุหรี่ช่วงที่พบปะหรือติดต่อทาง โทรศัพท์แทนในระยะแรก

           · ผู้ที่เคยเลิกแล้วไม่ประสบผลสำเร็จไม่ควรท้อถอย เพราะบางครั้งความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นจากความพยายามเพียงครั้งเดียว  และไม่ควรอายในการพูดความจริง เพราะการพยายามงดสูบบุหรี่
มี แต่คนที่ปรารถนาดีต่อเราจะให้กำลังใจ  การเลิกไม่สำเร็จในครั้งเดียวไม่ได้แปลว่าจะเป็นคนที่ไม่ประสบความสำเร็จใน การทำงาน ให้ทบทวนว่ามีจุดบอดอะไรที่เป็นอุปสรรค์หรือกิจกรรมร่วมทำให้กลับมาสูบ บุหรี่ใหม่เพื่อหากลยุทธ์แก้ไขใหม่ในโอกาสต่อไป อาจพูดคุยกับผู้ที่เลิกบุหรี่ได้สำเร็จเพื่อเป็นกลยุทธ์ ให้ตนเอง

 5. การปฏิบัติตนช่วงที่งดบุหรี่
             · ให้หยิบภาพคนที่เป็นกำลังใจสูงสุดติดกระเป๋าเงินมาดู เพื่อเตือนสติให้ยึดมั่นต่อความตั้งใจ
และ เพื่อเป็นกำลังใจ
             · ให้ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ เมื่อเกิดอาการเปรี้ยวปาก อยากบุหรี่
             ·  งดกิจกรรมร่วมที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ เช่นการดื่มเหล้า ชา กาแฟ
และเปลี่ยนอิริยาบถด้วยการเดินออกจากโต๊ะทันทีหลังอาหารถ้ามักสูบบุหรี่หลังอาหาร
             · หลีกเลี่ยงกลุ่มเพื่อนที่สูบบุหรี่ไประยะหนึ่ง ถ้าจำเป็นต้องติดต่อให้ใช้โทรศัพท์
การรับประทานอาหารนอกบ้าน ควรเลือกมุมปลอดบุหรี่
               · ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยทำให้น้ำหนักคงที่หรือกระชับขึ้นเมื่องดบุหรี่ 
ควรเริ่มตอนเช้าหลังตื่นนอน  และแปรงฟัน เพราะเป็นการเปลี่ยนอิริยาบถที่ดีที่สุดสำหรับผู้ติดบุหรี่
ซึ่งมักสูบบุหรี่หลังจากตื่นนอนเช้า
              · หาวิธีอื่น ๆ ในการลดเครียด นอกจากการออกกำลังกาย 

                 - ในระยะสั้นได้แก่ อ่านหนังสือชวนหัว อาบน้ำ
                 - ในระยะยาว หาสาเหตุหลักของความเครียด และแก้ที่สาเหตุ

ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับกลุ่มวัยรุ่น

           ควรหากิจกรรมเสริมหลักสูตร เรียนวิชาสันทนาการอื่น ๆที่น่าสนใจ เพิ่มความรู้รอบตัวมีทักษะในสังคมปัจจุบันและอนาคตนอกจากช่วยผ่อนคลาย พบเพื่อนใหม่มากกว่าการไปจับกลุ่มคุยเรื่องทั่วไปที่บางครั้งหาสาระได้น้อย ได้แก่ การเรียนและซ้อมดนตรี เล่นกีฬา ( เทนนิส ว่ายน้ำ ฟุตบอล ปิงปอง ตะกร้อ ฟันดาบ เปตอง กอล์ฟ ขี่ม้า สควอช เป็นต้น) เรียนนาฏศิลป์ เต้นรำ
เข้าร่วมกิจกรรมสนุกสนานสร้างทักษะภาวะผู้นำ กล้าแสดงออก ของ YMCA, YWCA
อาจ เรียนวิชาชีพชั่วโมงละบาทของศูนย์ฝึกวิชาชีพหลวงประธานราษฎร์นิกรที่หาดใหญ่ ได้ความบันเทิงและความรู้ หรือสถาบันบันเทิงประเทืองสติปัญญาท้องถิ่นอื่น ๆ ซึ่งมีให้เรียนรู้สนุกสนานมากมาย

          ควรหลีกเลี่ยงสถานบันเทิงที่มีควันบุหรี่มากเช่น ผับ ไนท์คลับ เข้าวงสนุกเกอร์ สถานบันเทิง คาราโอเกะ ประเภทมีผู้สูบบุหรี่จำนวนมากเพราะจะทำให้ได้ควันพิษโดยไม่จำเป็น นอกจากการไม่ดื่มสุราหรือเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล

              **การงดสูบบุหรี่แบบหักดิบ ไม่สูบเลย ดีกว่าการลดจำนวนลง**

             สูบบุหรี่วันนี้อาจนำพาให้สูบกัญชา  ติดเฮโรอินในวันข้างหน้า

** คลินิกอดบุหรี่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์เปิดบริการแล้ว **
ทุกวันพุธวันราชการ เวลา 13.30-15.30น.
เพื่อความสะดวก กรุณาติดต่อนัดล่วงหน้าทุกวันพุธเวลาราชการ
โทรศัพท์ 074-451752
เรียบเรียงโดย พญ.วิไลวรรณ วิริยะไชโย

ใครอยาก เลิกบุหรี่ ยกมือขึ้น


ใครอยากเลิกบุหรี่ยกมือขึ้น (First)

          สำหรับ คนที่อยากเลิกบุหรี่ พยายามอยู่หลายครั้งแต่ก็ยังเลิกไม่ได้เสียที นั่นอาจเกิดจากการที่คุณยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตรงกับสาเหตุ ฉะนั้นเรามาหาสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้คุณยังเลิกบุหรี่ไม่ได้ รวมถึงวิธีแก้ไขที่ตรงจุดไปพร้อม ๆ กัน
          เรามาเริ่มกันที่การหาสาเหตุที่แท้จริงของการเลิกบุหรี่ไม่ได้กันก่อน ซึ่งสาเหตุมันก็มีอยู่ 3 ข้อใหญ่ๆ คือ การสูบบุหรี่เพราะความเคยชิน การสูบบุหรี่เพราะการติดนิโคติน และภาวะจิตใจที่ต้องพึ่งพาบุหรี่ ถ้าคุณอยากรู้ว่าคุณอยู่ในกลุ่มใด ก็ลองสังเกตจากพฤติกรรมเหล่านี้ได้เลย
การสูบบุหรี่เพราะความเคยชิน


          คุณสูบบุหรี่เพราะมันช่วยให้คุณรู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้น

          คุณสูบบุหรี่เพราะมันทำให้คุณรู้สึกพึงพอใจในชิวิต

          คุณสูบบุหรี่เพราะมันช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย

          คุณสูบบุหรี่ในเวลาที่ทุกข์ใจหรือโกรธ

          คุณสูบบุหรี่ในเวลาที่คุณรู้สึกสบาย รื่นรมย์และผ่อนคลาย

การสูบบุหรี่เพราะการติดนิโคติน

          คุณรู้สึกสบายใจและอุ่นใจมากกว่าปกติเมื่อมีบุหรี่อยู่ในมือ

          คุณชอบสูบบุหรี่ในระหว่างช่วงพักหรือหลังอาหาร

          คุณชอบมองควันบุหรี่ที่พ่นออกมา

          ในบางครั้งคุณไม่รู้สึกตัวว่าจุดบุหรี่มาสูบตั้งแต่เมื่อไร

          คุณมีความสุขมากในเวลาที่จุดบุหรี่สูบ

ภาวะจิตใจที่ต้องพึ่งพาบุหรี่


          คุณรู้สึกอ่อนเพลีย หมดแรง ถ้าไม่ได้สูบบุหรี่

          คุณสูบบุหรี่ทันทีหลังจากตื่นนอนตอนเช้า

          คุณไม่สามารถหยุดสูบบุหรี่ได้ถึงครึ่งวัน และอยากสูบบุหรี่อย่างมากถ้าไม่ได้สูบมาประมาณ 2-3 ชั่วโมง

          คุณทนไม่ได้ถ้าบุหรี่หมด

          เมื่อรู้แล้วว่าสาเหตุที่ทำให้คุณต้องสูบบุหรี่คืออะไร ก็มาแก้ไขให้ตรงตามสาเหตุ กันดีกว่า

การสูบบุหรี่เพราะความเคยชิน เลิกได้ดังนี้

          เคี้ยวหมากฝรั่งหรือลูกอมที่มีกลิ่นสดชื่น จะช่วยให้คุณได้รับรู้ถึงความสดชื่นที่ปราศจากบุหรี่

          คุณควรฝึกหยิบปากกา หรืออะไรก็ตามแทนบุหรี่ในเวลาที่คุณอยากสูบ ถ้าคุณหยิบปากกาก็ควรหาสมุดมาเขียนถึงเหตุผล ที่คุณอยากสูบบุหรี่ด้วย

          พยายามหาอะไรทำอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้คุณรู้สึกไม่ว่างและไม่มีเวลาหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ

          ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แทนที่จะสูบบุหรี่หลังอาหารทันที ก็เปลี่ยนเป็นไปเดินย่อย หรือแปรงฟันแทน

การสูบบุหรี่เพราะติดนิโคติน เลิกได้ดังนี้


          ควรพาตัวเองไปอยู่ในสถานที่ที่ห้ามสูบบุหรี่อยู่เสมอ

          พยายามหลีกเลี่ยงที่จะใกล้ชิดกับคนสูบบุหรี่ และไม่พาตัวเองไปอยู่ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยควันบุหรี่

          เขียนป้ายเตือนใจในการสูบบุหรี่ติดไว้ ในที่ที่คุณสามารถมองเห็นได้ชัด และมองเห็นอยู่ตลอดเวลา

          ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษา

ภาวะจิตใจที่ต้องพึ่งพาบุหรี่ เลิกได้ดังนี้


          ดื่มน้ำเย็นมาก ๆ เพื่อทำให้คุณสดชื่นและสามารถขจัดนิโคตินให้ออกจากร่างกายได้

          พยายามทำตัวให้กระฉับกระเฉงอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงความเบื่อที่จะทำให้เหนื่อยง่าย

          พักผ่อนให้เพียงพอในแต่ละวัน

          พยายามผ่อนคลายความโกรธหรือความทุกข์ให้ได้

          ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

          อย่าไปคิดถึงบุหรี่ในทุก ๆ เวลานาที

8 วิธีเลิกบุหรี่อย่างเด็ดขาด

8 วิธีเลิกบุหรี่อย่างเด็ดขาด

   เรา ทราบกันดีอยู่แล้วว่า โทษของการสูบบุหรี่มีมากมาย ซึ่งนอกจากส่งผลกระทบโดยตรงต่อตัวผู้สูบบุหรี่ และผู้ที่อยู่รอบข้างแล้ว ยังทำให้สภาพแวดล้อมนั้น ๆ เสียตามไปด้วย และสิ่งเหล่านี้เองก็เป็นสาเหตุสำคัญ ที่เป็นแรงกระตุ้นให้ผู้สูบบุหรี่จำนวนไม่น้อยพยายามที่จะเลิกสูบโดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้น วันนี้เราจึงมีวิธีการเลิกสูบบุหรี่มาฝาก ส่วนจะมีวิธีใดบ้าง และจะยากสักแค่ไหน มาลองดูกัน

จัดการดูแลตัวเอง
          ในระยะแรก ๆ ที่เลิกสูบใหม่ ๆ มักจะเกิดอาการอยากบุหรี่อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งถือเป็นอาการที่ไม่น่าแปลกใจแต่อย่างใด เพราะเป็นการเสพติดมาจากพฤติกรรมการสูบเดิม ดังนั้นหากมีอาการอยากสูบบุหรี่ล่ะก็ ขอแนะนำให้หาหมากฝรั่ง ลูกอม หรือดมยาดมแทนซะ (บางคนอาจจะหาของเปรี้ยวมากินแทนความอยากบุหรี) เพื่อให้ติดเป็นนิสัยใหม่ แทนการสูบบุหรี่

ทำจิตใจให้เข้มแข็ง
          หลังจากที่ได้เลิกสูบบุหรี่มาอย่างน้อย 2-3 อาทิตย์ การเสพติดบุหรี่ในร่างกายจะเริ่มทำงานอีกครั้ง ไม่ว่าจะความเคยชินในเรื่องของเวลาที่เคยสูบอยู่เป็นประจำ หรือแม้กระทั่งกลิ่นของบุหรี่เพียงเล็กน้อย ก็ทำให้เกิดอาการอยากบุหรี่ขึ้นมาได้ ทางที่ดีที่สุด ขอให้ทำจิตใจให้เข้มแข็ง เชื่อมั่นในตัวเองว่าสามารถเลิกสูบได้

ทิ้งทั้งบุหรี่และที่เขี่ยบุหรี่ไปให้พ้น ๆ สายตา
          จะเลิกทั้งทีก็ต้องจัดการให้เด็ดขาด จะมีสิ่งยั่วยุมาวางให้เห็นตรงหน้าไม่ได้ ทิ้งไปเลย ไม่ต้องเสียดาย ให้คิดซะว่าเพื่อสุขภาพและเงินทองที่ดีของเรา

อยู่ให้ห่างจากสภาพแวดล้อมเดิม ๆ ของคุณ
          พยายามหลีกเลี่ยงการไปอยู่ในสถานที่ หรือช่วงระยะเวลาที่คุณเคยสูบบุหรี่อยู่เป็นประจำ เพราะความเคยชินเหล่านั้น อาจจะเป็นสาเหตุทำให้คุณหวนกลับไปสูบบุหรี่อีกครั้ง ลองหาสถานที่ใหม่ ๆ หรือเดินออกกำลังกายเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ช่วยคุณได้มากไม่น้อย

หากิจกรรมทำ
          แน่นอนว่าเมื่อคุณไม่สูบบุหรี่ คุณก็จะมีเวลากับตัวคุณเองมากยิ่งขึ้น ลองเอาเวลาส่วนนั้นหากิจกรรมที่คุณชอบมาทำ ไม่ว่าจะเล่นเกม ออกกำลังกาย ตกแต่งสวน ก็เข้าท่าอยู่ไม่น้อย แถมยังทำให้คุณคลายเครียดได้อีกด้วย

ห้ามใจอ่อนกับตัวเองเป็นอันขาด!!
          เชื่อว่าคงมีบ้างที่บอกกับตัวเองว่า "อีกสักมวนคงไม่เป็นไร" หรือ "ไว้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยเลิก" เหล่านี้ขอให้ห้ามโดยเด็ดขาด เพราะนั่นจะหมายถึงว่าที่ผ่านมานั้น ไม่ได้มีค่าหรือเกิดประโยชน์ใด ๆ กับตัวคุณเลย ต้องใจแข็ง และผ่านมันไปให้ได้

คอยย้ำเตือนตัวเองอยู่เสมอ
          หากคิดที่จะสูบบุหรี่ขึ้นเมื่อไหร่ ก็ขอให้ย้ำกับตัวเองอยู่เสมอ ๆ ว่าที่เลิกนั้นเพื่ออะไร เช่น เลิกบุหรี่เพื่อคนที่คุณรัก เพื่อสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น เพื่อการเงินที่จะเหลือเก็บมากขึ้น เป็นต้น

อย่าละเลยแม้เพียงเล็กน้อย
          ขอให้คุณอย่ายอมแพ้กับตัวเอง อย่าปล่อยให้โอกาสบางโอกาสที่สามารถนำคุณกลับไปสูบบุหรี่ได้มานำพาคุณไป อย่างง่าย ๆ ไม่ว่าจะเพื่อนชวน หรือมีสิ่งดึงดูดใจก็ตามแต่ ให้ทำตามเป้าหมายของการเลิกบุหรี่ของตัวเองตามที่ได้ตั้งใจไว้เป็นพอ

          หากคุณกำลังคิดหรืออยู่ในช่วงของการเลิกสูบบุหรี่ ก็ขอให้ลองนำวิธีเหล่านี้ไปลองใช้ดู และเราก็ขอเป็นกำลังใจให้คุณ อย่ายอมแพ้ สู้ต่อไป ให้คิดซะว่าเลิกบุหรี่เพื่อคนที่คุณรัก เพื่อคนรอบข้าง และเพื่อตัวของคุณเองก็แล้วกันนะ

นอกจากสุขภาพจะเสียแล้ว เงินในกระเป๋าจะหมดไปเยอะมาก
สารที่อยู่ในบุหรี่ - ที่คุณมองข้าม


Present by hygiene4u.
ขอบคุณเนื้อหาจาก เว็บไซต์กระปุกดอทคอม

โครงการช่วยเลิกบุหรี่

โครงการช่วยเลิกบุหรี่


ผู้ ที่เข้ามารับบริการในคลินิกทันตกรรม มีทั้งผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ และผู้สูบบุหรี่ แต่สำหรับผู้ที่สูบบุหรี่ ทันตแพทย์สามารถกระตุ้น หรือแนะนำให้เขาเลิกสูบบุหรี่ ประมาณ 3 ใน 4 คน ต้องการที่จะเลิกสูบบุหรี่อยู่แล้ว เพียงแต่เขาขาดกำลังใจ และไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นเมื่อใด ด้วยวิธีใดเท่านั้น ดังนั้น ทันตบุคลากรซึ่งเป็นผู้รู้พิษภัยของบุหรี่ ที่มีผลต่อสุขภาพร่างกาย และสภาพช่องปาก จึงควรมีบทบาทที่จะช่วยเหลือผู้ป่วย ให้เริ่มต้นที่จะลด หรือเลิกการสูบบุหรี่ และถือเป็นหน้าที่อย่างหนึ่ง นอกเหนือจากการรักษาตามปกติ

สำหรับวิธีการให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยนั้น ทันตแพทย์จะเป็นผู้ตั้งคำถาม ให้คำแนะนำ ร่วมมือ และติดตามผู้สูบบุหรี่ ซึ่งโดยทั่วไปผู้ป่วยจะให้ความสนใจ และเชื่อถือในคำแนะนำของทันตแพทย์อยู่แล้ว ในระยะแรกๆ ทันตแพทย์อาจไม่คุ้นเคยเช่นเดียวกับ ที่เพิ่งกัดถอนฟัน แต่เมื่อฝึกสังเกตวิธีการต่างๆ ประกอบกับความตั้งใจจริง และมีความประสงค์แรงกล้า ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยเลิกสูบบุหรี่ ก็ทำให้ขั้นตอนการช่วยเหลือผู้ป่วย ให้เลิกบุหรี่เป็นสิ่งที่ไม่ยากเกินไปนัก สำหรับทันตแพทย์


พฤติกรรมการสูบบุหรี่
หากคิดจะช่วยผู้สูบบุหรี่ให้เลิกสูบบุหรี่ เราควรจะรู้ และเข้าใจว่า ปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการสูบบุหรี่ ซึ่งมีทั้งปัจจัยทางด้านสังคม จิตวิทยา และผลทางเภสัชวิทยา เนื่องจากพฤติกรรมการสูบบุหรี่มีลักษณที่ซับซ้อน เห็นได้จากการที่ผู้สูบบุหรี่ไม่ยอมเลิกบุหรี่ แม้จะรู้ถึงผลร้ายของบุหรี่ต่อสุขภาพก็ตาม การติดบุหรี่มีความสัมพันธ์กับอารมณ์ นอกเหนือจากการติดทางกาย

การเลิกบุหรี่ เป็นนิสัยชนิดอัตโนมัติ
พฤติกรรมที่เป็นนิสัยแบบอัตโนมัตินี้ เป็นพฤติกรรมที่มีความสัมพันธ์ กับกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน เช่น การสูบบุหรี่ระหว่างดื่มชา หรือกาแฟ สูบบุหรี่ร่วมกับการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ขณะขับรถ สูบบุหรี่หลังอาหาร และกิจกรรมอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งทำต่อเนื่องกันมาเป็นเวลานานๆ ในลักษณะเช่นนี้ การสูบบุหรี่ กลายเป็นกิจกรรมที่ทำไห แบบไม่มีสติ ผู้สูบบุหรี่หลายคนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า ตนเองจุดบุหรี่สูบเมื่อไร

มุมมองทางด้านจิตวิทยา
การติดบุหรี่เป็นการติดทางอารมณ์ หลายคนใช้การสูบบุหรี่เป็นการจัดการ กับความเครียด ผู้หญิงที่พยายามเลิกบุหรี่ มักจะมีอารมณ์ก้าวร้าว ฉุนเฉียว เพราะแต่เดิมการสูบบุหรี่ เพื่อกดความรู้สึกไว้ ผู้ที่ติดบุหรี่หลายคนใช้การสูบบุหรี่ เป็นการพักจากงานประจำที่ทำอยู่ ดังนั้น จึงควรตระหนักถึงความรู้สึก ทั้งรัก และเกลียดต่อการติดบุหรี่ของผู้ที่ติบุหรี่ และ "ผลทั้งสองทาง" ของการใช้บุหรี่เป็นทั้งตัวกระตุ้น และผ่อนคลายอารมณ์ ในช่วงเวลาที่ต่างกันในวันหนึ่งๆ การจะช่วยให้คนเลิกสูบบุหรี่ เป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องเข้าใจ ถึงเหตุผลในการเริ่มสูบบุหรี่ การติดบุหรี่ ทำไมจึงอยากเลิกบุหรี่


ผลของบุหรี่ต่อสุขภาพร่างกาย

แนวทางการช่วยเหลือผู้สูบบุหรี่

แนวทางการช่วยเหลือผู้สูบบุหรี่
http://www.dent.cmu.ac.th/smoking_cessation/images/right/stop2.jpg
แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับการบำบัดรักษาโรคติดบุหรี่ในประเทศไทย

ได้ริเริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2552 ตามแนวคิดของหลายๆฝ่ายในประเทศไทยและตามนโยบายขององค์การอนามัยโลกที่ต้อง การให้ประเทศสมาชิกทุกประเทศ มีนโยบายและแนวทางในการเลิกบุหรี่ของตนอย่างชัดเจน การจัดทำแนวทางเวชปฏิบัติฯนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อมุ่งหวังให้บุคลากร วิชาชีพสุขภาพในประเทศไทยได้มีแนวทางในการดูแลรักษาผู้ป่วยที่สูบบุหรี่หรือ ที่เรียกกันในปัจจุบันว่าเป็น “โรคติดบุหรี่” ให้สามารถเลิกบุหรี่สำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานเป็นไปในทิศทาง ที่ถูกต้องเช่นเดียวกันในสถานพยาบาลทุกระดับ ทั้งนี้ ทุกฝ่ายคงไม่สามารถปฏิเสธความเป็นจริงอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมาซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อัตราการสูบบุหรี่ของ คนไทยนั้นลดลงด้วยอัตราที่เชื่องช้ากว่าที่เคยเป็นมาอย่างเห็นได้ชัด เหตุผลหนึ่งก็น่าจะเป็นจากการที่ระบบการให้บริการเลิกบุหรี่ ของประเทศไทยยังคงอ่อนแอและไม่เป็นระบบ ขาดการสนับสนุนที่แท้จริงจากภาครัฐ อีกทั้ง ประชาชนก็ไม่สามารถเข้าถึงการ ให้บริการช่วยเลิกบุหรี่และยาช่วยเลิกบุหรี่ได้อย่างที่ควรจะเป็น สิ่งเหล่านี้ล้วนตรงกันกับที่ได้รับจากผลการประเมินสมรรถนะ การควบคุมยาสูบของประเทศไทยโดยองค์การอนามัยโลกเมื่อปี พ.ศ.2551

แนวทางการให้คำแนะนำผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ ในคลินิกทันตกรรม
พบว่ามากกว่า 70% ของผู้ที่สูบบุหรี่ มีความต้องการจะเลิกสูบบุหรี่ แต่ส่วนใหญ่มากกว่า 90% จะไม่สามารถเลิกได้ เนื่องจากไม่ทราบวิธีการเลิกที่เหมาะสม และมีความคิดว่า ไม่สามารถเลิกสูบได้เอง จากการศึกษาในประเทศไทย พบว่า คำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ เป็นแรงจูงใจที่สำคัญ ที่ทำให้ผู้สูบสามารถเลิกบุหรี่ได้สำเร็จ ทันตแพทย์จะมีโอกาสให้การรักษา กับผู้ป่วยส่วนหนึ่งที่สูบบุหรี่ และจะมีบทบาทที่สำคัญ ในการช่วยแนะนำผู้สูบบุหรี่ ที่รับการรักษาที่คลินิกทันตกรรม ให้เลิกสูบบุหรี่ได้ การให้คำแนะนำที่เหมาะสม แม้จะใช้เวลาเพียงสั้นๆ (ประมาณ 3-5 นาที) ก็จะสามารถเพิ่มโอกาสสำเร็จของการเลิกบุหรี่ได้มากขึ้น ดังนั้น ในคลินิกทันตกรรม จึงควรมีแนวคิดที่ชัดเจนในการช่วยเลิกบุหรี่กับผู้ป่วย โดยขั้นตอนหลักประกอบด้วย "5 A"

แนวทาง 5A ในการช่วยผู้สูบบุหรี่ทางคลินิก
Ask ควรมีการถามประวัติการสูบบุหรี่ทุกๆ ครั้ง ที่มารับการตรวจ
Assessment ควรมีการประเมินความต้องการเลิกสูบบุหรี่ของผู้สูบ
Advise แนะนำให้ผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ เริ่มขั้นตอนการเลิกบุหรี่ ในผู้ที่ยังไม่มต้องการเลิก ต้องพยายามจูงใจ ให้มีความคิดต้องการเลิกบุหรี่
Assist ให้คำแนะนำและความช่วยเหลือ ที่เหมาะสม ในการช่วยให้การเลิกสูบบุหรี่ มีโอกาสสำเร็จมากขึ้น
Arrangement มีการนัดผู้ป่วยกลับมาติดตามผลการรักษา

แนวทางการให้คำแนะนำ
การให้คำแนะนำในการเตรียมตัวให้พร้อม กับการหยุดบุหรี่
1. กำหนดวันที่หยุดบุหรี่แน่นอน (quit date) โดยควรจะกำหนดภายในเวลาไม่เกิน 1 เดือน หลังจากที่ผู้ป่วยมีความต้องการเลิกสูบ
2. ให้ผู้ป่วยหาการสนับสนุน จากสมาชิกครอบครัว และเพื่อน
3. ให้ผู้สูบเตรียมรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น เช่น ความอยากบุหรี่ อาการหงุดหงิด โดยการเตรียมกิจกรรม หรือแนวทางการแก้ปัญหาไว้ก่อน
4. กำจัดบุหรี่ และสิ่งที่เกี่ยวข้อง เช่น ที่เขี่ยบุหรี่ ออกจากสิ่งแวดล้อม ก่อนที่จะถึง quit date
การปฏิบัติตัวในช่วงที่เลิกบุหรี่
1. เน้นให้ผู้สูบเข้าใจว่า การเลิกอย่างเด็ดขาด มีความสำคัญมาก การสูบบุหรี่แม้แต่เพียง 1 มวน จะเป็นจุดเริ่มของการสูบใหม่ ดังนั้น ต้องมีความเข้มแข็งตลอดเวลาที่เริ่มเลิกบุหรี่
2. ถ้ามีประสบการณ์จากการล้มเหลว ในการพยายามเลิกมาก่อน ให้นำมาใช้ในการเตรียมตัวในครั้งนี้
3. หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น ที่ทำให้ผู้สูบนึกถึงการสูบบุหรี่ เช่น การเข้าห้องน้ำ การดื่มกาแฟ หรือความเครียด การพยายามมองหาสิ่งกระตุ้น และหาทางหลีกเลี่ยง หรือแก้ไขเสียแต่เนิ่นๆ เช่น งดกาแฟ หาหนังสืออ่าน ขณะเข้าห้องน้ำ จะสามารถลดโอกาสการกลับมาสูบใหม่ได้
4. เตรียมเทคนิคที่จะสามารถลดความรู้สึกอยากบุหรี่ได้ เช่น การออกกำลังกาย การอาบน้ำ หรือหากิจกรรมสันทนาการอื่นๆ ทำ อย่าให้มีเวลาว่างมาก ในช่วงที่เริ่มเลิกบุหรี่
5. งดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
6. ถ้ามีบุคคลอื่นที่สูบบุหรี่ในบ้าน ควรจะแนะนำให้เลิกพร้อมกัน เนื่องจากถ้ายังมีบุคคลอื่นที่สูบบุหรี่อยู่ จะทำให้ผู้ที่พยายามเลิก มีโอกาสประสบความสำเร็จลดลง
การใช้ยาเพื่อช่วยในการเลิกบุหรี่
ปัจจุบัน มียาหลายชนิดที่มีใช้ในผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ และสามารถเพิ่มโอกาสสำเร็จให้มากขึ้น โดยแบ่งออกเป็น ยาที่มีนิโคติน (nicotin supplement) และยาที่ไม่มีนิโคติน (ที่มีใช้อยู่ คือ bupropion SR) การใช้ยาควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ และควรแนะนำให้ผู้สูบบุหรี่ ลองพยายามเลิก โดยไม่ใช้ยาก่อนเสมอ ต้องอธิบายให้ผู้สูบเข้าใจว่า สามารถเลิกสูบบุหรี่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ยาเสริมทุกราย มีผู้สูบบุหรี่บางกลุ่ม ซึ่งไม่ควรใช้ยาเลิกบุหรี่ แต่ในผู้สูบบางราย ที่ไม่สามาระเลิกได้ด้วยตนเอง หรือมีการติดนิโคตินสูง อาจแนะนำให้พบแพทย์ เพื่อรับยาช่วยในการเลิกบุหรี่ได้

บุหรี่กับโรคในช่องปาก

บุหรี่กับโรคในช่องปาก

การสูบบุหรี่ เป็นสาเหตุของการเกิดโรค และภาวะความผิดปกติในช่องปากหลายชนิด โรคดังกล่าว ได้แก่ มะเร็งของช่องปาก โดยเฉพาะมะเร็งของลิ้น และริมฝีปาก โรคปริทันต์ และการสูญเสียฟัน


มะเร็งช่องปากเป็นมะเร็งที่พบได้มากเป็นลำดับที่ 4 ของชายไทย ซึ่งสาเหตุสำคัญในการเกิดมะเร็งช่องปากอย่างหนึ่ง ก็คือ การสูบบุหรี่ นอกจากนั้นแล้ว การสูญเสียฟันจากโรคปริทันต์ การมีรอยแผลชนิดต่างๆ ในช่องปาก การเกิดคราบหินปูน และคราบสี กลิ่นปาก ฯลฯ ล้วนเป็นผลจากการสูบบุหรี่ทั้งสิ้น

•โรคเหงือกอักเสบเนื้อตายแบบเฉียบพลัน (ANUG)

ผู้สูบบุหรี่จะมีโอกาสเป็นโรคเหงือกอักเสบเนื้อตาย แบบเฉียบพลันมากกว่าปกติ ทั้งๆ ที่ดูแลช่องปากตามมาตรฐานปกติ และเมื่อเป็นแล้ว อาการของโรคก็จะรุนแรงกว่าเดิม


•มะเร็งช่องปาก

ควันบุหรี่เป็นสารก่อมะเร็งโดยตรง ผู้ที่สูบบุหรี่ แต่ไม่มีประวัติการดื่มแอลกอฮอล์ จะมีโอกาสเป็นมะเร็งช่องปากมากขึ้น 2-4 ท่าน แต่ถ้ามีประวัติสูบบุหรี่ ร่วมกับดื่มแอลกอฮอล์ จะมีโอกาสเป็นมะเร็งในช่องปากมากขึ้น ตั้งแต่ 6-15 เท่าของคนทั่วไป


•ปฏิกิริยาต่อภูมิคุ้มกันโรคของร่างกาย

บุหรี่ ทำให้เม็ดเลือดขาวบางประเภท ซึ่งมีหน้าที่ต่อต้านเชื้อโรคลดลง และทำให้อัตราการทำลายเชื้อบางชนิดของร่างกายลดลง เช่น อัตราการทำลายเชื้อ Staphylococcus aureus ลดลงจาก 3.1 ตัวต่อนาที เหลือเพียง 1.3 ตัวต่อนาที และยังพบปริมาณเชื้อโรคบางชนิดสะสมมากขึ้นด้วย


•โรคปริทันต์ (Periodontitis)

การสูบบุหรี่ เป็นสาเหตุสำคัญอย่างยิ่ง ในการเกิดโรคปริทันต์ อาการของโรคจะมีความรุนแรงกว่าในคนสูบบุหรี่ โดยผู้สูบบุหรี่มักจะเป็นโรคปริทันต์รุนแรง ที่รากฟันด้านเพดานปาก อาจมีหนอง หรือความผิดปกติอื่นๆ ได้มาก แม้จะไม่มีแผ่นคราบจุลินทรีย์ หรือหินปูนเลยก็ตาม


•การหายของแผล (Wound Healing)

การสูบบุหรี่ ทำให้แผลในช่องปากหายช้า รวมถึงการสมานแผล ภายหลังการรักษาทางทันตกรรม เช่น การถอนฟัน และการเกลารากฟัน เพราะควันบุหรี่ทำให้ปริมาณการไหลเวียนโลหิต และปริมาณสารเคมีที่สำคัญต่างๆ ในเลือดลดลง


•การรับรส และกลิ่น

การสูบบุหรี่ ทำให้ความสามารถในการรับรส และกลิ่นเลวลง นอกจากนั้น ยังเป็นสาเหตุสำคัญของการมีกลิ่นปากอีกด้วย


•ฟันผุ (Dental Caries)

มีแนวโน้มว่า ผู้ที่สูบบุหรี่จะมีอัตราการสูญเสียฟันธรรมชาติสูงกว่าปกติ นอกจากนั้น ยังพบว่า ในวัยรุ่นที่สูบบุหรี่ ก็มีความสัมพันธ์กับการมีจำนวน ฟันผุสูงขึ้นด้วย

เคล็ดลับการเลิกบุหรี่

เคล็ดลับการเลิกบุหรี่

จากสถิติพบว่า ร้อยละ 80 ของผู้ที่หยุดสูบบุหรี่ สามารถเลิกได้ด้วยตนเองโดยใช้วิธีหยุดสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาด และต้องมีการเตรียมตัวที่ดี ดังนั้นเพื่อให้คุณสามารถเลิกสูบบุหรี่ด้วยตนเองให้สำเร็จ 10 เคล็ดลับต่อไปนี้ คือวิธีการปฏิบัติอย่างง่ายๆ ที่คุณสามารถนำไปใช้เพื่อการเลิกสูบบุหรี่ของคุณ

1.ขอคำปรึกษา
เพื่อให้คุณมีแนวทางในการเลิกสูบบุหรี่ คุณอาจโทรศัพท์เพื่อขอคำแนะนำในการเลิกสูบบุหรี่ได้ที่ ควิทไลน์ หมายเลข 1600 หรือขอคำปรึกษาจากคนที่คุณรู้จักที่สามารถเลิกสูบบุหรี่ได้ สำเร็จ

2.หากำลังใจ
คุณควรบอกให้คนใกล้ชิดได้ทราบถึงความตั้งใจที่จะเลิกบุหรี่ เพราะกำลังใจจากคนรอบข้างจะช่วยให้คุณมีความพยายามที่จะเลิกสูบบุรี่ให้ได้ เพื่อคนที่คุณรัก

3.เป้าหมายอยู่ข้างหน้า
คุณควรวางแผนการปฏิบัติตัว ในระหว่างการเลิกสูบบุหรี่ โดยกำหนดวันที่จะลงมือเลิกสูบบุหรี่ อาจเลือกวันสำคัญต่างๆ ของครอบครัว เช่น วันเกิดตัวเอง วันครบรอบแต่งงาน หรือวันเกิดลูก แต่ไม่ควรกำหนดวันที่ห่างไกลเกินไป เพราะอาจทำให้หมดไฟเสียก่อน

4.ไม่รอช้า...ลงมือ
คุณควรเตรียมตัวให้พร้อม ด้วยการทิ้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ให้หมด เตรียมผลไม้หรือขนมขบเคี้ยวที่ไม่หวานหรือไม่ทำให้อ้วนไว ้เพื่อช่วยในการลดความอยากสูบบุหรี่ รวมถึงปรับเปลี่ยนกิจกรรมที่คุณมักทำร่วมกับการสูบบุหรี่ เช่น อ่านหนังสือแทนการสูบบุหรี่ระหว่างเข้าห้องน้ำ ลุกจากโต๊ะทันทีที่กินอาหารเสร็จ หรือแปรงฟันทุกครั้งหลังกินอาหาร

5.ถือคำมั่นไม่หวั่นไหว
เมื่อถึงวันลงมือ จงตื่นนอนด้วยความสดใส บอกตัวเองว่ากำลังทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองและคนใกล้ชิด เมื่ออยากสูบบุหรี่ก็ขอให้ทบทวนถึงเหตุผลที่ทำให้คุณตัดสินใจเลิกสูบบุหรี่ ปรับเปลี่ยนอิริยาบถ ล้างหน้า ดื่มน้ำ อยู่ใกล้ชิดกับคนที่ไม่สูบบุหรี่ เล่นกับลูก หรือสัตว์เลี้ยงให้มากขึ้น ก็จะช่วยให้ผ่านพ้นความอยากสูบบุหรี่ได้ง่ายขึ้น

6.ห่างไกลสิ่งกระตุ้น
ในระหว่างนี้ขอให้คุณหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่จะทำให้คุณอยากสูบบุหรี่ เช่น ถ้าเคยดื่มกาแฟ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วสูบบุหรี่ไปด้วย ก็ควรงดดื่มในช่วงนี้ รวมทั้งหลีกเลี่ยงการอยู่ท่ามกลางคนสูบบุหรี่ด้วย

7.ไม่หมกมุ่นความเครียด
เมื่อรู้สึกเครียดให้หยุดพักสมอง คลายเครียดสักครู่ ด้วยการพูดคุยกับคนอื่น หรืออ่านหนังสือการ์ตูนขำขัน พึงระลึกเสมอว่า มีคนไม่สูบบุหรี่อีกมากที่คลายเครียดได้ โดยไม่ต้องสูบบุหรี่

8.เจียดเวลาออกกำลังกาย
คุณควรจัดเวลาออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 15-20 นาที เพราะนอกจากจะเป็นการควบคุมน้ำหนักที่อาจเพิ่มขึ้นแล้ว ยังทำให้สมองปลอดโปร่ง เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของหัวใจและปอด หากไม่มีเวลาออกกำลังกาย ควรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องทุ่นแรงต่าง ๆ เช่น เดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ เพื่อที่คุณจะได้ออกกำลังกายบ้าง

9.ไม่ท้าทายบุหรี่
อย่าคิดว่าลองสูบบุหรี่เป็นครั้งคราวคงไม่เป็นไร เพราะการทดลองสูบบุหรี่เพียงมวนเดียวอาจหมายถึงการหวนคืนไปสู่ความเคยชิน เก่า ๆ อีก คุณมาไกลมากแล้ว อย่าปล่อยให้ตัวเองถอยหลังลงคลองอีกเลย

10.หากต้องเริ่มต้นใหม่อีกอย่าท้อแท้
ถ้าหันกลับไปสูบบุหรี่อีก นั่นไม่ได้หมายความว่าโลกได้ล่มสลาย หรือคุณเป็นคนล้มเหลว อย่างน้อยคุณก็ได้เรียนรู้ที่จะปรับปรุงตัวเองในคราวต่อไป ขอเพียงพยายามต่อไป ไม่มีคำว่าสายสำหรับการเริ่มต้น





คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก
    31 พฤษภาคม 2548 “Health Professionals and Tobacco Control” ทีมสุขภาพร่วมใจ ขจัดภัยบุหรี่
    31 พฤษภาคม 2549 “Tobacco : Deadly in any form or disguise” บุหรี่ทุกชนิด นำชีวิตสู่ความตาย
    31 พฤษภาคม 2550 “100% Smoke-free Environment : Create and Enjoy” ไร้ควันบุหรี่ สิ่งแวดล้อมดี ชีวีสดใส
    31 พฤษภาคม 2551 “Tobacco Free – Youth” เยาวชนรุ่นใหม่ ร่วมใจ ต้านภัยบุหรี่
    31 พฤษภาคม 2552 “Tobacco Health Warning” บุหรี่มีพิษ ร่วมคิดเตือนภัย

Saturday, January 5, 2013

ค่าใช้จ่ายการสูบบุหรี่


การ ศึกษาเปรียบเทียบ ค่าใช้จ่ายในปัจจุบันและอนาคต ทางด้านสุขภาพของโรค ที่เกิดจากการสูบบุหรี่ กับรายรับของรัฐจากภาษีบุหรี่ ในประเทศไทย


รองศาสตราจารย์ พิเศษ ดร.สถิรกร พงศ์พานิช
วิทยาลัยการสาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้
เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้วางนโยบายระยะยาว ได้เห็นถึงส่วนต่าง ระหว่างรายรับของรัฐ จากการจัดเก็บภาษีบุหรี่ และรายจ่ายของรัฐ และของประชาชน ที่เกิดจากโรคต่างๆ จากการสูบบุหรี่ และนำผลการศึกษานี้ไปวางแผน และสร้างนโยบายทางการเงิน การคลังให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และขณะเดียวกัน ส่งเสริมรณรงค์ลดการบริโภคบุหรี่
ระเบียบวิธีวิจัย
ประเมินค่าใช้จ่ายของโรคหัวใจ โรคถุงลมโป่งพอง และโรคมะเร็งปอด ระหว่างปี 2546-2550 และรายรับของรัฐ ที่ได้จากการจัดเก็บภาษีบุหรี่ ระหว่างปี 2546-2550 เช่นกัน โดยจัดเก็บข้อมูลปฐมภูมิ และทุติยภูมิ ด้วยการใช้แบบสอบถาม การสัมภาษณ์ และใช้ข้อมูลที่จัดเก็บ โดยภาครัฐ และภาคเอกชน สำหรับข้อมูลปฐมภูมิ จัดเก็บจากโรงพยาบาลของรัฐ และเอกชน จำนวน 10 แห่งใน 5 พื้นที่ ทั่วประเทศไทย ซึ่งมีประชากรตัวอย่างทั้งหมด 900 คน
ผลการศึกษา
โรคถุงลมโป่งพอง
ค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยโรคถุงลมโป่งพองในปี 2546/คน/ปี เท่ากับ 14,923.28 บาท
ค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยทั้งหมดในปี 2546 ที่ป่วยเป็นโรคถุงลมโป่งพองจากการสูบบุหรี่ เท่ากับ 8,746,235,942 บาท
ค่าใช้จ่ายของรัฐในปี 2546 ของโรคถุงลมโป่งพอง จากการสูบบุหรี่ เท่ากับ 10,057 บาท
เพราะฉะนั้น ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของโรคถุงลมโป่งพองในปี 2546 ที่เกิดจากการสูบบุหรี่ เท่ากับ 18,803 บาท
โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน
ค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันจากการสูบบุหรี่ในปี 2546 เท่ากับ 35,996.63 บาท/คน/ปี
ค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยทั้งหมดในปี 2546 ที่ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน จากการสูบบุหรี่ เท่ากับ 2,725,124,874 บาท
ค่าใช้จ่ายของรัฐในปี 2546 ของโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน จากการสูบบุหรี่ เท่ากับ 10,057 บาท
ค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยทั้งหมด และค่าใช้จ่ายของรัฐแก่ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันในปี 2546 เท่ากับ 19,790 บาท
โรคมะเร็งปอด
ค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งปอดจากการสูบบุหรี่ในปี 2546 เท่ากับ 103,602.61 บาท/คน/ปี
ค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยทั้งหมดในปี 2546 ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งปอด จากการสูบบุหรี่ เท่ากับ 3,707,419,399 บาท
ค่าใช้จ่ายของรัฐในปี 2546 ของโรคมะเร็งปอด จากการสูบบุหรี่ เท่ากับ 4,500 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยทั้งหมดและค่าใช้จ่ายของรัฐในผู้ป่วยมะเร็งปอดของปี 2546 เท่ากับ 8,207 ล้านบาท
การศึกษานี้ได้ประเมินและคาดการค่าใช้จ่ายของทั้ง 3 โรค จากปี 2542-2550 และรายรับจากการเก็บภาษีบุหรี่ของภาครัฐ จากปี 2542-2550 พบว่า ค่าใช้จ่ายของ 3 โรค นั้น เริ่มเพิ่มสูงกว่ารายรับของภาครัฐ จากภาษีบุหรี่ในปี 2543 และเพิ่มมากขึ้นในปีถัดมา และต่อไปในอนาคต เพราะฉะนั้น ผลสรุปจากการศึกษานี้ แสดงให้เห็นว่า ค่าใช้จ่ายของเพียง 3 โรค มีแนวโน้มสูงกว่ารายรับของรัฐจากภาษีบุหรี่ในอนาคต การศึกษานี้ไม่ได้มุ่งเน้น ให้ภาครัฐสนับสนุนคนให้สูบบุหรี่มากขึ้น เพื่อให้ภาษีมากขึ้น แต่เป็นการแสดงให้เห็นเป็นรูปธรรมว่า วิธีการเดียวที่จะลดภาระค่าใช้จ่ายของโรคต่างๆ ได้นั้น ก็คือการรณรงค์ลดการบริโภคบุหรี่นั่นเอง

วันงดสูบบุหรี่โลก ตรงกับวันที่ 31 พ.ค.

วันงดสูบบุหรี่โลก
                                                    วันงดสูบบุหรี่โลก 2555

            



          ทุกคนก็คงจะรู้ถึงโทษของการสูบบุหรี่กันอยู่แล้วว่า มันส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราอย่างไร แต่หลายคนก็ยังเลือกที่จะสูบมัน บางคนเลือกที่จะสูบบุหรี่เพียงเพราะความเท่ห์จนในที่สุดก็ติดเป็นนิสัย และเนื่องในวันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปีนั้น เป็น วันงดสูบบุหรี่โลก และ วันงดสูบบุหรี่โลก 2555 ใกล้มาถึงแล้ว กระปุกดอทคอมจึงมีบทความเกี่ยวกับ วันงดสูบบุหรี่โลก มาฝาก และลองใช้วันนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการเลิกบุหรี่กันดีไหม?
          วันงดสูบบุหรี่โลก เริ่มมีการจัดงานครั้งแรกในวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ.2531 เนื่อง จากองค์การอนามัยโลกเล็งเห็นอันตรายของบุหรี่และสุขภาพของผู้สูบบุหรี่ รวมถึงผู้ที่ไม่สูบแต่ต้องมารับควันบุหรี่ด้วย จึงจัดงานวันงดสูบบุหรี่โลก หรือชื่อในภาษาอังกฤษว่า World No Tobacco Day เพื่อกระตุ้นให้ผู้ที่สูบบุหรี่อยู่เลิกสูบ และให้รัฐบาลชุมชนและประชากรโลกได้ตระหนักถึงความสำคัญเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม อีกทั้งยังได้ประกาศให้มีการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ที่ใช้ชื่อว่า World Spidemic ซึ่งสื่อถึงการสูบบุหรี่ที่เป็นเหมือนโรคระบาดที่ระบาดอยู่ทั่วโลก โดยในวันงดสูบบุหรี่โลกในแต่ละปี ก็จะมีคำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลกที่แตกต่างกันออกไป ดังต่อไปนี้

           คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2531 คือ บุหรี่หรือสุขภาพ ต้องเลือกสุขภาพ (Between tobacco and the health, choose health) 

           คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2532 คือ พิษของบุหรี่ต่อสตรี  ยิ่งมีมากกว่าบุรุษ (Women and Tobacco: Added risk)

           คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2533 คือ เติบโตอย่างสดใส  ห่างไกลจากภัยบุหรี่ (Growing up without tobacco)

           คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2534 คือ สถานที่สาธารณะและยวดยานปลอดบุหรี่ (Public places and transport:  Better be tobacco free)

           คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2535 คือ ที่ทำงานปลอดบุหรี่ สุขภาพดี  ชีวีปลอดภัย (Tobacco free work places: Safer and healthier)

           คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2536 คือ บุคลากรสาธารณสุขร่วมสร้างสรรค์สังคมปลอดบุหรี่ (Health services, our window to a tobacco – free world)

           คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2537 คือ ทุกสื่อร่วมใจต้านภัยบุหรี่ (The media against tobacco)

           คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2538 คือ บุหรี่ก่อความสูญเสียมากกว่าที่คุณคิด (Tobacco costs more than you think)

           คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2539 คือ ศิลปะและกีฬาไม่พึ่งพาบุหรี่ (Sport and the arts: play it tobacco free)

           คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2540 คือ ผนึกกำลังเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ (United for a Tobacco – free world)

           คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2541 คือ คนรุ่นใหม่ไม่สูบบุหรี่ (Growing up without tobacco)

           คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2542 คือ อนาคตมีคุณค่า เมื่อบอกลา...เลิกบุหรี่ (Leave the pack behind)

           คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2543 คือ บุหรี่คร่าชีวิต  อย่าหลงผิดตกเป็นเหยื่อ (Tobacco kills don’t be Duped)

           คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2544 คือ เห็นใจคนรอบข้าง  ร่วมสร้างอากาศสดใส  ปลอดจากภัยควันบุหรี่ (Second-Hand Smoke: Let’s Clear the Air)

           คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2545 คือ กีฬาปลอดบุหรี่  ส่งผลดีต่อสุขภาพ (Tobacco Free Sports – Play it clean)

           คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2546 คือ ภาพยนตร์ปลอดบุหรี่  ส่งผลดีต่อเยาวชน (Tobacco free films tobacco free fashion)

           คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2547 คือ บุหรี่ : ยิ่งสูบ...ยิ่งจน (ครอบครัวปลอดบุหรี่ จะมั่งมีและแข็งแรง) (Tobacco and Poverty (A Vicious Circle)) 

           คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2548 คือ ทีมสุขภาพร่วมใจ ขจัดภัยบุหรี่ (Health Professionals and Tobacco Control)

           คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2549 คือ บุหรี่ทุชนิดนำชีวิตสู่ความตาย (Tobacco: Deadly in any form or disguise)

           คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2550 คือ ไร้ควันบุหรี่  สิ่งแวดล้อมดี  ชีวีสดใส (100% Smoke-Free Environments: Create and Enjoy)  

           คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2551 คือ เยาวชนรุ่นใหม่ ร่วมใจ ต้านภัยบุหรี่ (Tobacco - free Youth) 

           คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2552 คือ บุหรี่มีพิษ ร่วมคิดเตือนภัย (Tobacco Health Warnings)

           คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2553 คือ หญิงไทยฉลาด ไม่เป็นทาสตลาดบุหรี่ (Genderand Tobacco Withan Emphasis on Marketing to women)

           คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2554 คือ พิทักษ์สิทธิตามกฏหมาย  มุ่งสู่สังคมไทยปลอดบุหรี่ (The WHO Framework Convention on Tobacco Control)

           คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2555 คือ จับตา เฝ้าระวัง ยับยั้งอุตสาหกรรมยาสูบ  (Tobacco Industry Interference)


วันงดสูบบุหรี่โลก
วันงดสูบบุหรี่โลก 2555

         
อย่าง ไรก็ตามรัฐบาลไทยก็ได้ตระหนักถึงความสูญเสีย ทางด้านชีวิตของประชากรที่เกิดจากการสูบบุหรี่  จึงได้มีการรณรงค์ให้เลิกสูบบุหรี่ รวมถึงกำหนดมาตรการต่างๆ โดยการดูแลของกระทรวงสาธารณสุข ที่จะพยายามให้เกิดการเลิกสูบบุหรี่ ดังเช่นที่กระทรวงได้ประกาศบังคับใช้มาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2535 ให้มีการพิมพ์คำเตือน และโทษของการสูบบุหรี่ที่ข้างซอง ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 25 มีนาคม พ.ศ.2548 เป็นต้นมา อีกทั้งยังมีกฏหมายที่ใช้คุ้มครองสุขภาพประชาชน ได้แก่ 

          1.     พระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ. 2535 ที่มีสาระสำคัญในการประกาศเขตปลอดบุหรี่ ซึ่งแบ่งเขตปลอดบุหรี่ออกเป็น 4 กลุ่ม คือ 
          - เขตปลอดบุหรี่อย่างแท้จริง เช่น รถยนต์โดยสารประจำทาง ทั้งแบบปรับอากาศและไม่ปรับอากาศ รวมถึงแท็กซี่ ตู้รถไฟปรับอากาศ และห้องชมมหรสพ

          - เขตปลอดบุหรี่ทั้งหมด เช่น โรงเรียน ห้องสมุด แต่ยกเว้นห้องส่วนตัว

          - เขตปลอดบุหรี่เกือบทั้งหมด เช่น สถานพยาบาล ศูนย์การค้า สถานที่ราชการและรัฐวิสาหกิจ หากจะสูบก็ให้สูบเฉพาะในเขตสูบบุหรี่

          - เขต ปลอดบุหรี่อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของพื้นที่นั้นๆ เช่น ตู้รถไฟโดยสารทั่วไปที่ไม่ใช่แบบปรับอากาศ และร้านขายอาหารทั่วๆ ไป เฉพาะบริเวณที่มีระบบปรับอากาศ แต่ต้องจัดเขตสูบบุหรี่ไม่ให้เกินครึ่งหนึ่งของพื้นที่ทั้งหมด

          2. พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ที่มีสาระสำคัญในการห้ามขายบุหรี่ให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี หากผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท รวมถึงห้ามขายสินค้าอื่นและแถมบุหรี่ให้ หรือขายบุหรี่แล้วแถมสินค้าอื่น และห้ามการโฆษณาทั้งทางตรงและทางอ้อม
วันงดสูบบุหรี่โลก
วันงดสูบบุหรี่โลก 2555

โทษของบุหรี่

          การสูบบุหรี่นั้นถือเป็นการทำลายสุขภาพ ทั้งต่อผู้สูบเองและผู้อยู่ใกล้ชิดที่สูดเอาอากาศที่มีควันบุหรี่เข้าไป เพราะควันบุหรี่ประกอบด้วยสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และมีสารก่อมะเร็ง ไม่ต่ำกว่า 42 ชนิด ซึ่งสารอันตรายที่สำคัญ เช่น

 คาร์บอนมอนอกไซด์

          ทำให้เม็ดเลือดแดงไม่สามารถจับออกซิเจนได้เท่ากับเวลาปกติ หากได้รับจะเกิดการขาดออกซิเจน ทำให้มึนงง ตัดสินใจช้า เหนื่อยง่าย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหัวใจ

 นิโคติน 
          เป็นสารระเหยในควันบุหรี่ มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง มีผลต่อต่อมหมวกไต ทำให้เกิดการหลั่งอิพิเนฟริน ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น หัวใจ เต้นเร็วกว่าปกติ และไม่เป็นจังหวะ หลอดเลือดที่แขนและขาหดตัว เพิ่มไขมันในเส้นเลือด (ก้นกรองไม่ได้ทำให้ปริมาณนิโคตินลดลงได้)

 ทาร์ หรือน้ำมันดิน

          เป็นคราบมันข้นเหนียว สีน้ำตาลแก่ เกิดจากการเผาไหม้ของกระดาษและใบยาสูบ และเป็นสารก่อมะเร็งต่างๆ เช่น มะเร็งปอด, กล่องเสียง, หลอดลม. หลอดอาหาร, ไต, กระเพาะปัสสาวะ และอื่นๆ ร้อยละ 50 ของน้ำมันดินจะไปจับที่ปอด เกิดระคายเคือง ทำให้ไอเรื้อรัง มีเสมหะ

          จาก การสำรวจพบว่าผู้ที่เป็นมะเร็งปอดนั้น ร้อยละ 90 เป็นผลเนื่องมาจากการสูบบุหรี่ โดยมีผลวิจัยระบุว่า ผู้ที่สูบบุหรี่เกินวันละ 1 ซอง จะมีโอกาสเป็นมะเร็งปอดมากกว่าผู้ที่ไม่สูบถึง 5-20 เท่า 
          ผู้ที่สูบบุหรี่ยังเสี่ยงต่อโรคทางเดินหายใจ อาจมีอาการไอเรื้อรัง บางครั้งไอถี่จนไม่สามารถนอนได้ นอกจากนี้ทาร์ในควันบุหรี่จะสะสมอยู่ในปอด จะทำให้เป็นโรคถุงลมโป่งพอง ทำให้หายใจขัด หอบ และหากเป็นเรื้อรังอาจทำให้ถึงแก่ความตายได้ง่ายเช่นเดียวกัน

          นอกจากนั้นยังพบว่าการสูบบุหรี่ ก่อให้เกิดโรคอื่นๆ อีกหลายอย่าง เช่นโรคกระเพาะอาหารเป็นแผล โรคความดันเลือดสูง โรคตับแข็ง โรคปริทนต์ โรคโพรงกระดูกอักเสบ โรคหลอดลมอักเสบ โรคหัวใจ เป็นต้น และยังส่งผลต่อบุคลิกภาพของผู้สูบบุหรี่อีกด้วย


ผลข้างเคียงต่อบุคคลอื่น

          การ สูบบุหรี่นอกจากจะเป็นอันตรายต่อผู้สูบเองแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อผู้ใกล้ชิดอีกด้วย คือ หากเด็กได้รับควันบุหรี่ จะป่วยเป็นโรคหลอดลมอักเสบ ปอดบวม หอบหืด หูชั้นนอกอักเสบเพิ่มมากขึ้น หากหญิงมีครรภ์ได้รับควันบุหรี่ จะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มน้อยกว่าปกติ รวมทั้งมีโอกาสแท้ง และคลอดก่อนกำหนด อีกทั้งยังส่งผลต่อทารกในครรภ์ที่อาจทำให้สมองช้ากว่าปกติ มีความผิดปกติทางระบบประสาท และระบบความจำ

          ขณะที่คู่สมรสของผู้สูบบุหรี่ มีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งปอดมากกว่าคู่สมรสที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 2 เท่า มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจ 3 เท่า และเสียชีวิตเร็วกว่าปกติถึง 4 ปีคนทั่วไป

         
อย่าง ไรก็ตาม แม้บุหรี่จะมีโทษมากมาย แต่ก็ยังมีคนสูบ ทำให้รัฐต้องออกมาตรการ หรือกฎหมายควบคุมการสูบบุหรี่ด้วย ทั้ง สวนสาธารณะ, สนามบิน, สถานีรถไฟ, สถานศีกษา, ร้านค้า, ผับ, เธค และสวนอาหาร   เป็นต้น หากฝ่าฝืนก็จะต้องเสียค่าปรับ

          อืม… นอกจากบุหรี่จะมีโทษมหันต์ต่อผู้สูบและคนใกล้ชิดแล้ว การสูบผิดสถานที่อาจทำให้ติดคุก หรือเสียเงินได้เช่นกัน… ฉะนั้นเราลองหันมาเลิกสูบบุหรี่กันดีกว่าไหม เพื่อสุขภาพของคุณเอง รวมทั้งคนที่คุณรักด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก